
ศึกเชื้อสายไทยคู่ลำดับที่สองในประวัติศาสตร์ของ วัน แชมเปียนชิพ กำลังจะเริ่มขึ้น ระหว่าง “เพชรมรกต เพชรยินดีอะคาเดมี” กับ “อำนาจฤทธิ์ เสถียรมวยไทย” ทั้งสองต่างมาจากค่ายซ้อมมวยประสิทธิภาพที่คนภายในแวดวงเข้าใจกันอยู่
เพชรมรกต รู้สึกตัวว่าจะถูกแปลงคู่ต่อยไม่ถึง 10 วันแต่ว่ามารู้ตัวจริงๆว่าคู่ต่อยใหม่เป็น อำนาจฤทธิ์ ก็ราวหนึ่งสัปดาห์ ส่วน อำนาจฤทธิ์ ขึ้นสังเวียนที่เวทีมวยเวทีลุมพินีครั้งปัจจุบันตอนวันที่ 17 ม.ค.ก่อนหน้านี้ ต่อจากนั้นก็มีการเรียนการสอนศิษย์ที่ค่าย จนถึงรู้สึกตัวว่าจำเป็นต้องขึ้นสังเวียนไฟต์นี้ ก็เลยมีเวลาเพียงอาทิตย์เดียวสำหรับเพื่อการรีบฝึกแบบจริงๆจังๆ
นอกเหนือจากการแงะอาวุธออกมาสู้กัน สิ่งจำเป็นอีกอย่างเป็นการเล่าเรียนคู่ต่อยเพื่อหาวิธีแก้เกม ซึ่งมั่นใจว่าในช่วงเวลาที่เหลืออยู่คณะทำงานสองค่ายอีกทั้ง “เพชรยินดีฯ” และก็ “เสถียรมวยไทย” ต่างเป็นมือโปร อาจเดินหน้าคิดแผนหมากเกมนี้กันไว้แล้ว
เมื่อถามหาเรื่องความพร้อมเพรียงรวมทั้งความแน่ใจโดยเฉพาะ บารมีฤทธิ์ ที่มีเวลาจริงๆเพียงแค่อาทิตย์เดียว ทาง “เสถียร สมขาว” หัวหน้าค่ายควบเทรนเนอร์ รวมทั้งเจ้าตัวเอง ก็รับรองเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า ถึงฝึกซ้อมน้อยแต่ว่าหัวใจเต็มที่ ไฟต์นี้ต่อยสุดกำลัง กองเชียร์เตรียมความพร้อมรับความมันได้เลย
“ผมได้โอกาสขึ้นชิงชนะเลิศโลก ONE มันเป็นความใฝ่ฝันของนักมวยทุกคนอยู่แล้ว น่าเชื่อเลยว่าผมต่อยเต็มกำลัง พวกเราทำในสิ่งที่พวกเราถนัดที่สุด ถึงมีเวลาฝึกซ้อมน้อย แม้กระนั้นหัวใจผมเต็มที่ เอาง่ายๆว่ายอมตายบนเวทีเลยว่างั้น” อำนาจวาสนาฤทธิ์ เริ่ม
“ผมพึ่งขึ้นสังเวียนมา มิได้ทิ้งร้างเป็นเดือน ร่างกายก็เลยทรงสภาพอยู่ น้ำหนักปลดปล่อยๆก็ 74-75 กิโลกรัม กว่าใกล้จะถึงวันต่อยซึ่งจำต้องทำน้ำหนักให้ได้ 70.3 กิโลกรัม ผมว่าไม่มีปัญหา”
“เพชรมรกต มีจุดเหนือกว่าตรงที่เขาเคยต่อยใน ONE มาก่อน ส่วนผมพึ่งไปต่อยทีแรก แต่ว่ามันเป็นความเป็นต่อในเชิงจิตวิทยามากยิ่งกว่า ก่อนหน้านี้ผมเคยผ่านเวทีต่างชาติมาหลายครา ทั้งยังจีนและก็ประเทศฮ่องกง เคยต่อยด้วยนวมเล็กแบบที่ใช้ใน วัน แชมเปียนชิพ มาด้วย ก็เลยไม่ใช่เรื่องใหม่ ไม่จำเป็นที่ต้องปรับนิสัยอะไรมากมาย”
“ส่วนเรื่องสไตล์การต่อย เขาเป็นมวยหัวเข่า ผมเป็นมวยหมัด มันไม่ถูกกันอยู่แล้ว บนเวทีมันอยู่ที่จังหวะรวมทั้งจังหวะ ความฉลาดทางสติปัญญาการต่อยก็สำคัญ ผมมั่นใจว่าผมมีตรงนั้น”
“ต่อยใน วัน แชมเปียนชิพ ผมไม่ต้องบีบคั้น ไม่มีการเดิมพัน ไม่มีหน้าเสื่อ คณะกรรมการตัดสินเป็นกลาง ผลงานของพวกเราจะเป็นเครื่องประกันว่าคนใดกันแน่ควรจะได้รับการยกมือ ถ้าหากผมแพ้ก็จะแพ้อย่างสมศักดิ์ศรี ไม่ใช่ไม่มีแรงหรือหมดสภาพ แต่ว่าผมมั่นใจว่าไฟต์นี้อาจจะไม่ไปไกลถึงนั่น มันคงจะจบแบบไม่ครบ 5 ชูครับผม”
ศึกเชื้อสายไทยคู่แรกอย่าง “น้องโอ๋ vs ใบเสมาเพชร” ก็สร้างผลงานเด็ดจนได้รับการจัดชั้นให้เป็น “น็อกเอาต์ที่ปี 2562” ของ วัน แชมเปียนชิพ มาแล้ว แม้ศึกสายโลหิตไทยคู่สองจะจบแบบน็อกเอาต์อีกก็นับได้ว่าเป็นผลกำไรของผู้ชม ติดตามมองผลให้เห็นมากับตาในวันศุกร์ที่ 7 ก.พ.นี้ ในศึก ONE: WARRIOR’S CODE ถ่ายทอดสดจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ทาง ONE Super App เริ่มคู่แรกเวลา 17.30 น.
ติดตามข่าวมวย คู่มวยทุกเวทีที่ Muaythai65